อัปเดตเมื่อ: วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569
ถ้าพูดถึงช่วงซาวด์เช็กก่อนขึ้นแสดง วง Rush มักจะมีเพลงยุค 80s เพลงหนึ่งที่พวกเขาหยิบมาเล่นแทบทุกคืนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนโชว์จะเริ่มขึ้น
โดยทางวงได้ออกมาพูดคุยถึงสิ่งที่ทำให้เพลงซาวด์เช็กกลายเป็นเพลงโปรด และเหตุผลที่พวกเขาต้องกลับมาเล่นเพลงนี้ซ้ำ ๆ ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อดังอย่าง Rolling Stone
ปัจจุบัน Rush กำลังลุยทัวร์คอนเสิร์ต Fifty Something Tour ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยตารางทัวร์ฝั่งอเมริกาเหนือจะดำเนินยาวไปจนถึงสิ้นปี 2026 ก่อนจะเดินทางต่อไปยังฝั่งยุโรปในปีหน้า
ทัวร์ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของ Rush นับตั้งแต่ปี 2015 และยังเป็นทัวร์แรกของมือกลองคนใหม่อย่าง Anika Nilles ที่เข้ามาทำหน้าที่แทนผู้ล่วงลับ Neil Peart ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2020
ระหว่างการสัมภาษณ์ ทางวงถูกถามถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเพลง Subdivisions ถึงถูกหยิบมาเล่นเกือบทุกคืนในช่วงซาวด์เช็ก
Geddy Lee ได้พูดถึงเพลงจากอัลบั้ม Signals เมื่อปี 1982 นี้ว่า เพลงนี้เหมาะมากสำหรับการซาวด์เช็ก เพราะเป็นเพลงที่ครบเครื่องทั้งเรื่องเสียงร้องและคีย์บอร์ด แถมยังครอบคลุมองค์ประกอบหลายอย่างได้ภายในเพลงเดียว
ด้านมือกีตาร์อย่าง Alex Lifeson มองว่าเพลง Subdivisions ดูเหมือนจะเป็นเพลงที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเวลาที่ Rush ต้องเล่นสดบนเวที
Alex Lifeson เผยว่าการเรียบเรียงเสียงกลองในเพลงนี้มีความซับซ้อนสูงมาก ในช่วงเตรียมตัวสำหรับทัวร์ Anika Nilles ต้องซ้อมอย่างหนักหลังกลองเพื่อเรียนรู้เพลงต่าง ๆ ของวง และทำให้เธอเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แฟน ๆ อาจจะไม่ได้ยินตั้งแต่การฟังไม่กี่ครั้งแรก
หนึ่งในนั้นก็คือเพลง Subdivisions นั่นเอง Anika Nilles เล่าว่าเพลงนี้ต้องนับจังหวะเยอะมาก มีการเปลี่ยนจังหวะไปมาตลอดเวลา ซึ่งถ้าฟังเผิน ๆ จะรู้สึกว่ามันเป็นธรรมชาติและดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย
ในทางกลับกัน Geddy Lee และ Alex Lifeson กลับมองว่าพาร์ทเครื่องดนตรีของพวกเขาในเพลงนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมามากกว่า Geddy Lee อธิบายว่าพาร์ทส่วนใหญ่ฟังดูคล้ายกัน แต่เวลาตีกลองมันไม่ได้เล่นเหมือนกัน
Anika Nilles ต้องซึมซับเพลงนี้เข้าไปในดีเอ็นเอของเธอ เพื่อเข้าใจว่าท่อนเดิมที่เธอเล่นซ้ำเป็นครั้งที่สองสำหรับเขาและ Alex Lifeson มันคือโน้ตตัวเดิมและพาร์ทเดิม แต่สำหรับเธอแล้วมันมีความซับซ้อนกว่านั้นมาก
ที่มา: Loudwire

No comments yet