อัปเดตเมื่อ: วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569
พระราชวัง Buckingham Palace ร่วมรำลึกถึงผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ 11 กันยายน หรือ 9/11 ครบรอบ 25 ปีอย่างสุดซึ้ง โดยการจัดแสดงดนตรีสไตล์อเมริกันแบบจัดเต็มในช่วงพิธีเปลี่ยนเวรยาม (Changing of the Guard) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ย้อนรำลึก 25 ปีเหตุการณ์ 9/11 กับบทเพลงจาก Alan Jackson และ Toby Keith รวมถึงศิลปินคนอื่น ๆ ที่ช่วยเยียวยาจิตใจและร่วมไว้อาลัยให้กับการสูญเสียครั้งใหญ่
สามพี่น้องสุดฮอต Jonas Brothers เตรียมระเบิดความมันส์ในโชว์พักครึ่งการแข่งขัน NFL ที่เมลเบิร์น
Rick Springfield เปิดใจถึงเรื่องราวสุดช็อกในอดีตสมัยวัยรุ่นที่เคยปลิดชีวิตคนในเวียดนามระหว่างการแสดงเพื่อปลอบขวัญทหาร ซึ่งเป็นความจริงที่ทำใจยอมรับได้ยากมาโดยตลอด
วงโยธวาทิต The Band of The Coldstream Guards ในชุดเครื่องแบบเสื้อโค้ตสีแดงและหมวกขนหมีสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ ได้เดินสวนสนามเข้ามายังลานหน้าพระราชวัง พร้อมแปรแถวต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากที่เฝ้าชมอยู่ด้านนอกรั้ว จากนั้นได้บรรเลงบทเพลงมาร์ชสุดคลาสสิกฝีมือการประพันธ์ของ John Philip Sousa สองเพลงรวด ได้แก่ เพลง “The Thunderer” และ “The Stars and Stripes Forever”
นอกจากนี้ ทางวงยังได้ร่วมเกียรติแก่สหรัฐอเมริกาด้วยการอัญเชิญเพลงชาติอเมริกันรวมถึงเพลงยอดนิยมตลอดกาลอย่าง “Amazing Grace” มาบรรเลงในพิธีครั้งนี้ด้วย
พิธีสุดพิเศษนี้เกิดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งเป็นการเจริญรอยตามพระราชมารดาอย่างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่เคยทรงยอมแหกกฎราชประเพณีเพื่อแสดงความอาลัยแก่ประเทศอื่นเป็นครั้งแรกในพิธีเปลี่ยนเวรยาม โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน โดยในตอนนั้นพระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้วง Coldstream Guards บรรเลงเพลงชาติสหรัฐอเมริกาที่หน้าพระราชวังบักกิงแฮมทันที
การแสดงความเคารพของฝั่งอังกฤษเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพิธีรำลึกที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปีนี้ เพราะในนครนิวยอร์กเองก็ได้มีการใช้โดรนแปรอักษรเพื่อสร้างแสงสีเป็นรูปตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่เคยตั้งตระหง่านอยู่บนเส้นขอบฟ้าก่อนจะถูกทำลายลงในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย
ทางด้านสื่อดนตรีระดับโลกอย่าง Billboard ก็ได้ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ด้วยการรวบรวมบทเพลงที่ดีที่สุดที่ปล่อยออกมาหลังเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งเป็นเพลงที่ถ่ายทอดความโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย และสะท้อนถึงพลังใจที่แข็งแกร่งของชาวอเมริกันตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ที่มา: Billboard




No comments yet