อัปเดตเมื่อ: วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569
Iron Maiden วงเฮฟวี่เมทัลระดับตำนานประเดิมทัวร์คอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 50 ปีในชื่อ Run For Your Lives ที่ฝั่งอเมริกาแล้ว โดยเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามกีฬายักษ์ใหญ่ Sports Illustrated Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์ ท่ามกลางแฟนเพลงกว่า 25,000 คน ซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่มากหากเทียบกับยุคปี 2003 ที่พวกเขาเคยแสดงในคอนเสิร์ตที่มีความจุเพียงไม่กี่พันคนเท่านั้น
สำหรับทัวร์ครั้งนี้ Iron Maiden ภายใต้การดูแลของอภิมหาผู้จัดการวงอย่าง Rod Smallwood ได้หยิบผลงานระดับคลาสสิกช่วงปี 1980 ถึง 1992 ตั้งแต่อัลบั้มแรกอย่าง Iron Maiden ไปจนถึง Fear of the Dark มารวบรวมให้แฟน ๆ ได้เสพกันอย่างจุใจ ซึ่งนี่คือทัวร์เน้นเพลงฮิตและเพลงหาฟังยากที่สาวกเฝ้ารอคอยมาแสนนาน
ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามผลงานของพวกเขาและได้ชมการแสดงสดมาแล้วเกือบยี่สิบครั้ง บอกได้เลยว่าทัวร์นี้คือจุดพีคอีกหนึ่งครั้งในประวัติศาสตร์ของวง และทัวร์นี้ยังมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Iron Maiden ที่เราต้องมาเจาะลึกไปด้วยกัน
เริ่มต้นด้วยตำแหน่งมือกลองคนใหม่อย่าง Simon Dawson ที่ต้องมารับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต่อจาก Nicko McBrain มือกลองระดับตำนานที่แฟน ๆ รักยิ่ง ซึ่งฝีมือการหวดกลองของ Simon Dawson นั้นค่อนข้างดุดันและเน้นพลังทางกายภาพที่ทรงพลังคล้ายกับ Clive Burr มือกลองยุคแรกของวง แม้แฟนเพลงหลายคนอาจจะยังกังวลกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่บอกได้เลยว่าการตีกลองของเขานั้นผสานเข้ากับเพลงได้อย่างหนักแน่นและน่าประทับใจสุด ๆ
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือการเปลี่ยนฉากหลังแบบผ้าใบโบราณให้กลายเป็นจอวิดีโอวอลล์ขนาดยักษ์ ถือเป็นก้าวใหม่ของ Iron Maiden ที่ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยจอวิดีโอนี้ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนเรื่องราวในเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นในเพลงมหากาพย์ระดับตำนานอย่าง Rime of the Ancient Mariner และการฉายภาพตรอกรถไฟใต้ดินสุดหลอนในเพลง Killers
ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดคือในเพลง Hallowed Be Thy Name เมื่อนักร้องนำวัย 68 ปีอย่าง Bruce Dickinson แสดงฉากหนีออกจากกรงขัง ก่อนที่ตัวตนดิจิทัลของเขาจะวิ่งขึ้นไปตามทางหน้าจอวิดีโอวอลล์จนถึงห่วงบ่วงบาศเพื่อพบกับความตายตามเนื้อหาเพลง นับเป็นการผสมผสานศิลปะการแสดงสดและเอฟเฟกต์ดิจิทัลได้อย่างลงตัวสุด ๆ โดยไม่รบกวนสมาธิคนดูจากตัวศิลปินเลย
ด้านลิสต์เพลงที่แสดงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็นชุดเพลงที่โหดหินและท้าทายพลังเสียงของ Bruce Dickinson เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งเพลงเร็วพ่นไฟอย่าง Murders in the Rue Morgue Wrathchild Killers Phantom of the Opera และ The Number of the Beast แถมยังมีการนำเพลงที่ไม่ได้เล่นสดมาร่วม 30 ปีอย่าง Infinite Dreams กลับมาบรรเลงอีกครั้ง
นอกจากนี้ ในช่วงอังกอร์ยังจัดหนักด้วยเพลงสุดมันส์อย่าง Aces High ต่อด้วยเพลงอมตะที่ขาดไม่ได้อย่าง Fear of the Dark และปิดท้ายค่ำคืนอันสมบูรณ์แบบด้วยเพลงปลุกพลังชีวิตอย่าง Wasted Years
ความพิเศษของโชว์ครั้งนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษอย่างวงแทรชเมทัลระดับตำนาน Megadeth ที่กำลังอยู่ในช่วงทัวร์อำลา และในบางรอบการแสดงก็ยังมีวง Anthrax มาร่วมแจมด้วย ทำให้แฟน ๆ ในนิวเจอร์ซีย์ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของวงระดับบิ๊กโฟร์สายแทรชถึงสองวงก่อนที่ Iron Maiden จะขึ้นเวที
โดยวง Anthrax เปิดโชว์ด้วยเซ็ตลิสต์สายลุย 7 เพลงรวด รวมถึงซิงเกิลใหม่อย่าง It’s for the Kids จากอัลบั้มชุดใหม่ Cursum Perficio ในขณะที่วง Megadeth นำโดย Dave Mustaine ก็ได้ขนเพลงฮิตอย่าง She-Wolf และ The Conjuring มาร่วมกระหน่ำความมันส์สะใจแฟนเพลงอย่างสมราคาตำนานวงการเมทัล
ที่มา: Loudwire

No comments yet