ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 18/09/1962 (อายุ 64) |
| ประเทศที่เกิด : | London, England, United Kingdom |
| อาชีพ : | Musician, Singer |
| แนวเพลง : | Rock Music, Blues Rock, Psychedelic Rock, Rhythm And Blues, Rock And Roll, Blues, Classic Rock |
| ต้นสังกัด : | Prince Rupert Loewenstein, Joyce Smyth, Andrew Loog Oldham, Glyn Johns, Patrick Stansfield |
| เว็บไซต์ : | rollingstones.com |
ถ้าพูดถึงวงดนตรีร็อกแอนด์โรลที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลาและยังคงความร้อนแรงมานานกว่าหกทศวรรษ ชื่อของ The Rolling Stones (เดอะโรลลิงสโตนส์) จะต้องเป็นอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน พวกเขาก่อตั้งขึ้นในปี 1962 ณ กรุงลอนดอน โดยกลุ่มศิลปินผู้หลงใหลในเสียงดนตรีบลูส์ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมดนตรีร็อกระดับโลกที่มีอิทธิพลมหาศาล สไตล์เพลงที่ดิบเถื่อนและเปี่ยมด้วยพลัง พร้อมด้วยภาพลักษณ์ขบถสังคม ทำให้พวกเขาแตกต่างและสร้างตำนานบทใหม่ให้วงการเพลงตะวันตกอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นตำนานและการรวมตัวของสมาชิกยุคบุกเบิก
จุดเริ่มต้นของวงเกิดขึ้นจากความตั้งใจของ ไบรอัน โจนส์ ผู้ก่อตั้งดั้งเดิม ร่วมด้วยนักเปียโน เอียน สจ๊วต, นักร้องนำ มิก แจ็กเกอร์ และมือกีตาร์ฝีมือฉกาจ คีธ ริชาร์ดส ในช่วงแรก แจ็กเกอร์และริชาร์ดสเริ่มต้นจากการเป็นดูโอผู้ร่วมเขียนเพลง ก่อนจะก้าวขึ้นมานำทัพวงอย่างเต็มตัวท่ามกลางปัญหาความไม่แน่นอนของโจนส์ ต่อมา บิลล์ ไวแมน ได้เข้ามาทำหน้าที่มือเบส และ ชาร์ลี วัตส์ มารับตำแหน่งมือกลอง เติมเต็มไลน์อัพคลาสสิกที่ทุกคนคุ้นเคย
ในส่วนของ เอียน สจ๊วต แม้จะร่วมก่อตั้งตั้งแต่แรก แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่มองว่าไม่เหมาะกับการเป็น “ทีนไอดอล” เขาจึงผันตัวจากการเป็นสมาชิกหลักอย่างเป็นทางการในปี 1963 แต่ก็ยังคงเดินทางร่วมทัวร์และทำหน้าที่เป็นมือคีย์บอร์ดคู่บุญของวงไปจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1985 การผสมผสานทางดนตรีของสมาชิกยุคแรกนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญทำให้เดอะโรลลิงสโตนส์มีซาวด์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
การบุกเบิกอเมริกาและภาพลักษณ์ขบถที่แตกต่างจากเดอะบีทเทิลส์
ช่วงแรกของการเดินทาง ทางวงมักจะนำเพลงบลูส์อเมริกันและร็อกแอนด์โรลรุ่นเก่ามาเรียบเรียงใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง จนกระทั่งสามารถสร้างความสำเร็จครั้งใหญ่ในสหราชอาณาจักร และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระแส “British Invasion” ที่บุกไปครองใจแฟนเพลงชาวอเมริกันในช่วงต้นยุค 1960s ได้สำเร็จ
สิ่งที่ทำให้ The Rolling Stones โดดเด่นและถูกพูดถึงอย่างมากคือ ภาพลักษณ์ที่ตรงกันข้ามกับวงคู่แข่งอย่างเดอะบีทเทิลส์อย่างสิ้นเชิง หากเดอะบีทเทิลส์คือหนุ่มน้อยหน้าตาดีในชุดสูทเรียบร้อย สโตนส์กลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์ผมยาวรุงรัง ท่าทีต่อต้านสังคม และความดิบเถื่อน โดยมีซิงเกิลสร้างชื่อระดับตำนานในปี 1965 อย่าง “(I Can’t Get No) Satisfaction” และตามมาด้วยอัลบั้มคุณภาพอย่าง Aftermath ที่ยิ่งตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของพวกเขา
การผลัดเปลี่ยนสมาชิกและการเดินทางผ่านกาลเวลา
เส้นทางดนตรีของพวกเขาย่อมต้องพบกับการเปลี่ยนแปลง เมื่อ ไบรอัน โจนส์ ถูกไล่ออกจากวงและเสียชีวิตลงในปี 1969 ทางวงได้ดึงตัว มิก เทย์เลอร์ เข้ามาแทนที่ ซึ่งเทย์เลอร์ได้ฝากผลงานการบันทึกเสียงในอัลบั้มชิ้นเอกถึง 5 สตูดิโออัลบั้ม ก่อนจะลาออกไปในปี 1974 และถูกแทนที่ด้วยมือกีตาร์ฝีมือฉกาจ รอนนีย์ วูด ในเวลาต่อมา
ทางด้านมือเบส บิลล์ ไวแมน ได้ตัดสินใจอำลาวงในปี 1983 ทำให้วงต้องดึง ดาร์รีล โจนส์ เข้ามาเป็นมือเบสสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา แม้สมาชิกจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปบ้างตามกาลเวลา แต่แกนนำหลักอย่าง มิก แจ็กเกอร์ และ คีธ ริชาร์ดส ก็ยังคงทำหน้าที่ขับเคลื่อนวงร็อกระดับตำนานนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์และมรดกทางดนตรีที่ไม่มีวันตาย
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี The Rolling Stones ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงออกมาประดับวงการมากมาย โดยมีสตูดิโออัลบั้มถึง 30 ชุด, อัลบั้มแสดงสด 23 ชุด และอัลบั้มรวมเพลงอีกนับไม่ถ้วน กวาดonยอดขายรวมทั่วโลกมากกว่า 200 ล้านชุด และยังสร้างสถิติอันน่าทึ่งด้วยการส่งอัลบั้ม Sticky Fingers (1971) ครองแชมป์อันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาติดต่อกันยาวนานถึง 8 ชุด
ผลงานล่าสุดของพวกเขาอย่างอัลบั้ม Blue & Lonesome (2016) พิสูจน์ให้เห็นว่าไฟในตัวของพวกเขายังคงลุกโชนไม่เคยเปลี่ยน การันตีด้วยเกียรติยศการถูกบรรจุชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2004 และการถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 4 ของการจัดอันดับ “100 ศิลปินที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล” โดยนิตยสาร Rolling Stone ทำให้ The Rolling Stones เป็นมากกว่าวงดนตรี แต่คือรากเหง้าและลมหายใจของประวัติศาสตร์ร็อกแอนด์โรลอย่างแท้จริง
