ข้อมูลศิลปิน
| ประเทศที่เกิด : | Pretoria, South Africa |
| แนวเพลง : | Hard rock, Post-grunge, Alternative metal, Nu metal |
| เว็บไซต์ : | seether.com |
Seether เป็นวงดนตรีร็อกสัญชาติแอฟริกาใต้ ก่อตั้งขึ้นในเมืองพริทอเรีย จังหวัดกัวเต็ง ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อปี ค.ศ. 1999 วงประกอบด้วยสมาชิกผู้ก่อตั้งหลักคือ Shaun Morgan ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักร้องนำและมือกีตาร์ ร่วมด้วย Dale Stewart มือเบส และวงได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงสมาชิกมือกลองหลายครั้งก่อนที่จะลงตัวที่ John Humphrey สไตล์ดนตรีของ Seether จัดอยู่ในประเภทโพสต์กรันจ์ (Post-grunge) และอัลเทอร์เนทีฟเมทัล (Alternative metal) โดยได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากวงดนตรีกรันจ์ในยุค 1990 เช่น Nirvana และ Alice in Chains
ประวัติและการเริ่มต้นอาชีพ
วง Seether เริ่มต้นก่อตั้งภายใต้ชื่อเดิมว่า Saron Gas ในปี ค.ศ. 1999 โดย Shaun Morgan และ Dale Stewart ร่วมกับมือกลองในขณะนั้น พวกเขาได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงแอฟริกาใต้ Kaz Records และออกอัลบั้มชุดแรกในชื่อ Fragile เมื่อปี ค.ศ. 2000 ต่อมาในปี ค.ศ. 2002 วงได้ย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และเซ็นสัญญากับค่ายเพลงระดับโลก Wind-up Records พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อวงเป็น Seether ตามชื่อเพลงของวง Veruca Salt เพื่อป้องกันความสับสนและขยายตลาดเพลงในระดับสากล
การพัฒนาแนวเพลงและอัลบั้มสำคัญ
หลังจากการเปลี่ยนชื่อวง Seether ได้เปิดตัวด้วยสตูดิโออัลบั้มชุดแรกภายใต้สังกัดใหม่ในชื่อ Disclaimer เมื่อปี ค.ศ. 2002 อัลบั้มชุดนี้สร้างชื่อเสียงให้กับวงอย่างรวดเร็วผ่านซิงเกิลเปิดตัวอย่าง Gasoline และซิงเกิลฮิต Fade Away ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 วงได้ร่วมงานกับ Amy Lee นักร้องนำจากวง Evanescence ในเพลง Broken ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในชาร์ตเพลงกระแสหลัก และถูกนำไปประกอบภาพยนตร์เรื่อง Daredevil ส่งผลให้ยอดขายอัลบั้มทะยานขึ้นสูงและมีการผลิตซ้ำในชื่อ Disclaimer II ในปีเดียวกัน
ในปี ค.ศ. 2005 วงได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่สาม Karma and Effect ซึ่งดนตรีมีความหนักหน่วงและดุดันมากขึ้น นำเสนอผ่านเพลงฮิตอย่าง Remedy และ Truth ซึ่งสามารถขึ้นสู่อันดับหนึ่งในชาร์ต Billboard Mainstream Rock ของสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ ต่อมาในปี ค.ศ. 2007 Seether ได้ออกอัลบั้ม Finding Beauty in Negative Spaces ซึ่งมีเพลงสร้างชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Fake It และ Rise Above This ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตทางด้านเนื้อหาและดนตรีที่ผสมผสานความไพเราะของเสียงร้องเข้ากับความเกรี้ยวกราดของกีตาร์ได้อย่างลงตัว
ผลงานในทศวรรษถัดมาและความสำเร็จ
ในทศวรรษต่อมา Seether ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยออกอัลบั้มสำคัญหลายชุด ได้แก่ Holding Onto Strings Better Left to Fray ในปี ค.ศ. 2011 ที่มีเพลง Country Song เป็นซิงเกิลเด่น ตามมาด้วยอัลบั้ม Isolate and Medicate ในปี ค.ศ. 2014 ที่มีเพลง Broken Again และ Same Damn Life รวมถึงอัลบั้ม Poison the Parish ในปี ค.ศ. 2017 ซีรีส์ผลงานเหล่านี้ตอกย้ำสถานะของวงในฐานะหนึ่งในเสาหลักของวงการดนตรีโพสต์กรันจ์ยุคใหม่ และล่าสุดกับอัลบั้ม Si Vis Pacem, Para Bellum ในปี ค.ศ. 2020 และอัลบั้ม The Surface Seems So Far ในปี ค.ศ. 2024
ตลอดระยะเวลาการทำงานมากกว่าสองทศวรรษ Seether ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางดนตรีหลายสถาบัน และสามารถสร้างสถิติการครองอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงร็อกของสหรัฐอเมริกาหลายสมัย พวกเขาถือเป็นวงดนตรีร็อกต่างชาติไม่กี่วงที่สามารถรักษาความนิยมและฐานแฟนเพลงไว้อย่างเหนียวแน่นในตลาดเพลงอเมริกาเหนือ พร้อมทั้งคงเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ผสมผสานความมืดหม่นทางอารมณ์เข้ากับท่วงทำนองร็อกที่หนักแน่น
