ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 26/02/1953 (อายุ 73) |
| ประเทศที่เกิด : | New Haven, Connecticut, U.S. |
| อาชีพ : | Singer, songwriter, musician |
| แนวเพลง : | Pop rock, Soft rock, Blue-eyed soul |
| เว็บไซต์ : | https://michaelbolton.com |
Michael Bolton มีชื่อจริงว่า Michael Bolotin เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับสากล โดยเฉพาะในฐานะศิลปินแนวป๊อปร็อกและบัลลาด (Ballad) ที่มีน้ำเสียงทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดระยะเวลาการทำงานในวงการดนตรีมานานหลายทศวรรษ เขาสามารถสร้างยอดขายอัลบั้มได้มากกว่า 75 ล้านชุดทั่วโลก พร้อมทั้งคว้ารางวัลทางดนตรีอันทรงเกียรติมากมาย รวมถึงรางวัลแกรมมานี (Grammy Awards)
ประวัติชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้นอาชีพ
Michael Bolton เติบโตขึ้นมาในเมืองนิวเฮเวน (New Haven) รัฐคอนเนตทิคัต (Connecticut) ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นโดยการเซ็นสัญญาทำเพลงกับค่ายเพลง อาร์ซีเอ เรคคอร์ดส (RCA Records) ในช่วงทศวรรษที่ 1970 และได้ฟอร์มวงดนตรีฮาร์ดร็อกที่มีชื่อว่า เบลด (Blackjack) ขึ้นมา โดยทำหน้าที่เป็นนักร้องนำของวง อย่างไรก็ตาม อัลบั้มของวงในขณะนั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทำให้เขาต้องผันตัวไปเป็นนักแต่งเพลงรับจ้างให้กับศิลปินชื่อดังคนอื่นๆ ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นเส้นทางศิลปินเดี่ยวอีกครั้งภายใต้ชื่อย่อว่า Michael Bolton
ความสำเร็จและอัลบั้มสำคัญ
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในอาชีพของ Michael Bolton เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เมื่อเขาได้ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่สามที่มีชื่อว่า The Hunger ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกระแสหลักจากเพลงแนวซอฟต์ร็อก ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 เขาได้ออกอัลบั้มที่สร้างชื่อเสียงสูงสุดและทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลกคืออัลบั้ม Soul Provider ซึ่งภายในอัลบั้มนี้มีเพลงฮิตระดับตำนานอย่างเพลง How Am I Supposed to Live Without You ซึ่งสามารถขึ้นสู่อันดับที่ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 (Billboard Hot 100) และทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมีสาขาศิลปินเพลงป๊อปชายยอดเยี่ยม (Best Male Pop Vocal Performance) เป็นครั้งแรก
ความสำเร็จยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในอัลบั้มชุด Time, Love & Tenderness ที่ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งอัดแน่นไปด้วยเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย เช่น เพลง When a Man Loves a Woman ซึ่งเป็นการนำเพลงคลาสสิกของ Percy Sledge กลับมาคัฟเวอร์ใหม่ในแบบฉบับของตนเองจนโด่งดังเป็นพลแตก และส่งผลให้เขาได้รับรางวัลแกรมมีสาขาเดิมติดต่อกันเป็นปีที่สอง นอกจากนี้เขายังมีผลงานอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จตามมาอีกหลายชุด เช่น Timeless: The Classics ในปี พ.ศ. 2535 และอัลบั้ม The One Thing ในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งตอกย้ำสถานะการเป็นศิลปินระดับแถวหน้าของวงการเพลงสากล
รางวัลและความสำเร็จระดับนานาชาติ
ตลอดเส้นทางอาชีพดนตรี Michael Bolton ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและการขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงทั่วโลกเท่านั้น แต่เขายังได้รับการยกย่องจากสถาบันดนตรีต่างๆ อีกด้วย เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีหลายครั้งและได้รับรางวัลชนะเลิศรวมถึง 2 ครั้ง นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลอเมริกันมิวสิกอะวอดส์ (American Music Awards) หลายรางวัล และยังคงเดินหน้าจัดคอนเสิร์ตทัวร์รอบโลกเพื่อสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
