ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 07/09/1989 (อายุ 37) |
| ประเทศที่เกิด : | Pittsburgh, Pennsylvania, U.S |
| อาชีพ : | Singer, songwriter, pianist |
เมื่อพูดถึงเจ้าของเสียงร้องอันทรงพลังที่สะท้านใจคนทั้งโลกในเพลงภาพยนตร์ระดับปรากฏการณ์ หลายคนอาจนึกถึงใบหน้าของนักแสดงชื่อดัง แต่เบื้องหลังเสียงก้องกังวานที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกนั้น กลับเป็นเสียงของศิลปินหญิงผู้มีเส้นทางชีวิตและดนตรีที่น่าทึ่ง เธอคือ Loren Allred (ลอเรน อัลเรด) หญิงสาวผู้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่กับเสียงเพลง และวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับเรื่องราวกว่าจะมาเป็นน้ำเสียงระดับตำนานของเธอกัน
จุดเริ่มต้นในครอบครัวดนตรีและก้าวแรกสู่วงการ
Loren Allred เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่อบอวลไปด้วยเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เนื่องจากเธอเกิดมาในครอบครัวที่คลั่งไคล้เสียงเพลง โดยมีคุณแม่เป็นครูสอนร้องเพลงผู้เชี่ยวชาญ และคุณพ่อผู้ทำหน้าที่เป็นวาทยกรวงดนตรี ภาพในวัยเด็กที่เธอนั่งมองคุณแม่ขับร้องบทเพลงบนเวที โดยมีคุณพ่อคอยควบคุมจังหวะวงดนตรีอยู่ข้าง ๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมให้เธอรักการร้องเพลงมาตั้งแต่เยาว์วัย
เมื่อเติบโตขึ้น เธอได้เลือกเดินตามเส้นทางดนตรีอย่างจริงจังด้วยการเข้าศึกษาต่อด้านดนตรีมิวสิคัลที่มหาวิทยาลัย Weber State ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปศึกษาต่อด้านดนตรีเพิ่มเติมที่เมืองบอสตัน ในระหว่างช่วงเวลานั้นเอง เธอได้ใช้ช่องทางออนไลน์อย่างยูทูปในการเผยแพร่คลิปเสียงร้องของตัวเอง จนกระทั่งพรสวรรค์อันโดดเด่นไปสะดุดตาโปรดิวเซอร์มือทองเจ้าของรางวัลแกรมมี่อย่าง Ne-Yo เข้าอย่างจัง จนนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด Island Def Jam ในที่สุด
เวที The Voice และการพิสูจน์ความสามารถระดับเพชร
เส้นทางในวงการเพลงของเธอยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก เมื่อค่ายเพลงที่เธอดูแลอยู่ได้รับการติดต่อจากทีมงานรายการประกวดร้องเพลงระดับโลกอย่าง “The Voice” และเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือกให้เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งในรอบ Blind Audition เธอก็สร้างความฮือฮาด้วยการเลือกเพลง “When Love Takes Over” ของ David Guetta มาถ่ายทอดใหม่ด้วยพลังเสียงที่สะกดใจ จนทำให้โค้ชแย่งตัวกันอย่างดุเดือด ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเลือกอยู่ภายใต้ทีมของ Adam Levine
ตลอดการแข่งขันในรายการ Loren Allred ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่รอบด้านและเสียงร้องที่เข้าถึงอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง “Need You Now” ในรอบ Battles หรือบทเพลงสุดเซ็กซี่อย่าง “You Know I’m No Good” ในรอบ Knockouts แม้ว่าสุดท้ายเธอจะต้องยุติเส้นทางลงในรอบแสดงสดจากเพลง “All Around the World” แต่ความสามารถของเธอก็ได้ประทับอยู่ในใจผู้ชมทั่วประเทศแล้ว
เสียงร้องไร้เงาที่สั่นสะเทือนบ็อกซ์ออฟฟิศระดับโลก
แม้เส้นทางในรายการ The Voice จะจบลง แต่โชคชะตาก็ได้พาเธอก้าวไปสู่จุดสูงสุดในชีวิตการเป็นนักร้อง เมื่อเธอกลายเป็นผู้ให้เสียงร้องเงา (Vocal Ghost) ในบทเพลงอมตะอย่าง “Never Enough” สำหรับภาพยนตร์มิวสิคัลฟอร์มยักษ์เรื่อง “The Greatest Showman” ในปี 2017
เพลงนี้กลายเป็นกระแสไวรัลระดับโลกและฮิตติดชาร์ตนานหลายสัปดาห์ ส่งผลให้เสียงร้องอันทรงพลังของ Loren Allred เป็นที่รู้จักไปทั่วสารทิศ และทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินแถวหน้าที่มีผลงานเพลงของตัวเอง พร้อมทั้งเดินสายจัดคอนเสิร์ตสร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงทั่วโลกในฐานะเสียงร้องระดับเพชรที่โลกไม่มีวันลืม
