ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 03/04/1985 (อายุ 41) |
| ประเทศที่เกิด : | Islington, London, England |
| อาชีพ : | Singer, songwriter, actress, model, activist |
| แนวเพลง : | Contemporary R&B, Pop music, Soul music |
| เว็บไซต์ : | leonalewismusic.com |
เมื่อพูดถึงพลังเสียงระดับดีว่าที่สะกดคนฟังได้ทั้งโลก ชื่อของ เลโอนา หลุยส์ ลูวิส (Leona Louise Lewis) ย่อมเป็นหนึ่งในลำดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง ศิลปินสาวชาวอังกฤษผู้แจ้งเกิดจากเวทีประกวดความสามารถระดับตำนานอย่าง The X Factor คนนี้ ไม่เพียงแต่มีน้ำเสียงทรงพลังและเทคนิคการร้องที่ไร้ที่ติ แต่เธอยังเป็นเจ้าของสถิติและประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเพลงสากลที่ยากจะหาใครเทียบ ข้อมูลและเส้นทางชีวิตของเธอก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แรงบันดาลใจ และเรื่องราวที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
จุดเริ่มต้นและความหลงใหลในเสียงเพลงตั้งแต่วัยเยาว์
เลโอนา หลุยส์ ลูวิส เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2528 ในย่านสต็อกนิววิงตัน เขตแฮคนี่ย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเป็นบุตรสาวของออรัล โจเซีย ลูวิส คุณพ่อชาวแอฟริกัน-แคริบเบียน และมาเรีย ลูวิส คุณแม่ชาวเวลส์ แววศิลปินในตัวเธอฉายชัดตั้งแต่อายุเพียง 5 ปี เมื่อเธอถูกส่งตัวเข้าศึกษาที่โรงเรียนการแสดงซิลเวียยัง ก่อนจะศึกษาต่อที่สถาบันอิทาเลีย คองติ และโรงเรียนการแสดงและเทคโนโลยีแห่งลอนดอน เพื่อฝึกฝนทักษะด้านการร้องและการแสดงอย่างจริงจัง
ความสามารถด้านการแต่งเพลงของเลโอนาก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มเขียนเพลงเป็นครั้งแรกเมื่อมีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น ในช่วงวัยรุ่นเธอกวาดรางวัลจากการประกวดความสามารถบนเวทีต่างๆ มากมาย อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ความฝันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากจบการศึกษา เลโอนาต้องดิ้นรนทำงานสารพัดเพื่อหาเงินมาเป็นทุนในการอัดเสียงอัลบั้มของตัวเอง ทั้งการเป็นสาวเสิร์ฟและพนักงานต้อนรับในโรงแรม ซึ่งหล่อหลอมให้เธอมีความอดทนและมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
ก้าวแรกในวงการและความพยายามที่เกือบถอดใจ
ในช่วงวัยรุ่น เลโอนาได้เริ่มเขียนและอัดเพลงหลายแทร็กที่ถูกบรรจุลงในเดโม่อัลบั้มชุดแรกของเธอ ซึ่งรวมถึงเพลงอย่าง “Twilight” จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 15 ปี เธอลองอัดเสียงคัฟเวอร์เพลงคลาสสิกอมตะอย่าง “Lovin’ You” ของมินนี่ ริเพอร์ตัน โดยมีโปรดิวเซอร์มือฉกาจอย่าง มาร์เลย์ เจ วิลส์ มาช่วยดูแล ผลงานชิ้นนี้ไปเตะตาทีมงานค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ทำให้ทั้งคู่ได้รับเชิญให้บินลัดฟ้าไปเซ็นสัญญาและทำงานเพลงถึงสหรัฐอเมริกา
แม้จะมีโอกาสครั้งใหญ่ แต่โปรเจกต์ดังกล่าวกลับไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เลโอนาต้องเผชิญกับความผิดหวังและตัดสินใจหยุดพักเส้นทางสายดนตรีชั่วคราวเพื่อกลับไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย โชคชะตาเกือบทำให้เธอกลายเป็นศิลปินตกสำรวจ หากไม่ใช่เพราะแฟนหนุ่มของเธอในขณะนั้น ที่มองเห็นพรสวรรค์อันล้นเหลือและเกลี้ยกล่อมให้เธอลองเปิดโอกาสใหม่อีกครั้งด้วยการสมัครเข้าร่วมแข่งขันในรายการ The X Factor ฤดูกาลที่ 3
จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์บนเวที The X Factor
การตัดสินใจก้าวขึ้นสู่เวที The X Factor ฤดูกาลที่ 3 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่พลิกชีวิตของเลโอนา หลุยส์ ไปตลอดกาล ด้วยน้ำเสียงโซพราโนที่ทรงพลัง เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก และเทคนิคการร้องที่สมบูรณ์แบบ ทำให้เธอสามารถเอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ จนคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และกลายเป็นหนึ่งในผู้ชนะที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้
ซิงเกิลเปิดตัวของเธออย่าง “A Moment Like This” สร้างปรากฏการณ์สะท้านวงการเพลงอังกฤษทันที ด้วยยอดดาวน์โหลดแบบถูกกฎหมายสูงถึง 55,000 ครั้งภายในเวลาเพียง 30 นาทีแรกหลังวางจำหน่าย ตอกย้ำกระแสความนิยมที่พุ่งกระฉูด และเตรียมปูทางให้เธอก้าวขึ้นเป็นศิลปินระดับแถวหน้าของโลกในเวลาอันรวดเร็ว
มหาปรากฏการณ์แห่งเพลง “Bleeding Love” และความสำเร็จระดับโลก
หาก “A Moment Like This” คือจุดเริ่มต้นความดัง “Bleeding Love” คือผลงานมาสเตอร์พีซที่ส่งให้เลโอนาโด่งดังเป็นพลแตก ซิงเกิลนี้กลายเป็นเพลงที่ขายดีที่สุดประจำปี พ.ศ. 2550 ในสหราชอาณาจักร และสร้างสถิติกระหึ่มโลกด้วยการทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ตเพลงในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงตลาดหินอย่างสหรัฐอเมริกา (Billboard Hot 100) และประเทศฝรั่งเศส
อัลบั้มเต็มชุดแรกของเธออย่าง “Spirit” (พ.ศ. 2550) กวาดคำชมจากนักวิจารณ์และทำยอดขายถล่มทลายทั่วโลก ส่งผลให้เลโอนาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมาวี (Grammy Awards) หลายสาขา และทำให้เธอกลายเป็นไอคอนของเพลงป็อปและอาร์แอนด์บีร่วมสมัยที่ทั่วโลกให้การยอมรับ
มรดกทางดนตรีและอิทธิพลในฐานะดีว่ายุคใหม่
ตลอดระยะเวลาบนเส้นทางสายดนตรี เลโอนา หลุยส์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ใช่แค่นักร้องกระแสชั่วคราว แต่เธอคือศิลปินตัวจริงที่มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงและถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบทเพลงด้วยจิตวิญญาณ ผลงานเพลงฮิต ไม่ว่าจะเป็น “Better in Time”, “Run” หรือเพลงประกอบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง “I See You” จาก Avatar ล้วนตอกย้ำความสามารถที่ไร้ขีดจำกัด
นอกเหนือจากผลงานเพลงแล้ว เลโอนายังอุทิศตนให้กับงานการกุศลและการปกป้องสิทธิสัตว์มาโดยตลอด เธอเป็นมังสวิรัติและทำงานร่วมกับองค์กรพิทักษ์สัตว์หลายแห่ง เรื่องราวของเด็กสาวจากลอนดอนที่เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟ สู่การเป็นเจ้าของเสียงร้องระดับโลกในวันนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่าให้กับคนรุ่นใหม่ในการเดินตามความฝันด้วยความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ
