ข้อมูลศิลปิน

ประเทศที่เกิด : Battle, East Sussex, England
แนวเพลง : Alternative rock, Pop rock, Post-Britpop, Indie rock, Soft rock, Neo-psychedelia
เว็บไซต์ : keanemusic.com

เมื่อพูดถึงวงดนตรีบริตพ็อพที่สร้างความประทับใจให้ผู้ฟังทั่วโลกด้วยเสียงเปียโนอันเป็นเอกลักษณ์ ชื่อของ Keane หรือ คีน จะต้องปรากฏขึ้นมาในลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน พวกเขาคือวงออลเทอร์นาทิฟร็อกจอมเมโลดีจากอีสต์ซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ ที่กล้าจะแตกต่างด้วยการไร้เงาของกีตาร์ แต่กลับขับเคลื่อนบทเพลงด้วยเสียงคีย์บอร์ดและเปียโนอันทรงพลัง จนกลายเป็นเจ้าของบทเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Somewhere Only We Know” และ “Everybody’s Changing” ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในใจแฟนเพลงยุค 2000 จนถึงปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นจากเมืองเล็ก ๆ และการค้นพบซาวด์ไร้กีตาร์

เรื่องราวของ Keane เริ่มต้นขึ้นที่เมืองแบตเทิล ทางตอนใต้ของอังกฤษ สมาชิกดั้งเดิมอย่าง ทิม ไรซ์-ออกสลีย์ (ผู้เล่นเปียโนและคีย์บอร์ด), ริชาร์ด ฮิวจ์ส (มือกลอง) และโดมินิค สก็อตต์ (มือกีตาร์) ได้มารวมตัวกันสมัยเรียนที่โรงเรียนทอนบริดจ์ ก่อนจะได้ ทอม ชาปลิน เข้ามาเติมเต็มในฐานะนักร้องนำ เดิมทีพวกเขาใช้ชื่อวงว่า “Lotus Eaters” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น “Keane” ตามชื่อของ Cherry Keane เพื่อนบ้านผู้ให้การสนับสนุนวงในวัยเด็ก

ในช่วงแรกพวกเขาเดินตามสูตรสำเร็จของวงร็อกทั่วไป แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเดินทางไปทำเดโมที่ประเทศฝรั่งเศสโดยไม่มีมือกีตาร์อยู่ในวง ทิมจึงต้องใช้เปียโนและคีย์บอร์ดมาเป็นเครื่องดนตรีหลักในการขับเคลื่อนทำนองทั้งหมด การทดลองนี้เองที่สร้างซาวด์เฉพาะตัวอันอบอุ่น หม่นเศร้าแตงดงาม ซึ่งกลายมาเป็นลายเซ็นทางดนตรีที่ไม่มีใครเหมือนของวงในเวลาต่อมา

ความสำเร็จถล่มทลายกับอัลบั้ม Hopes and Fears

หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในการตระเวนหาค่ายเพลง ในที่สุดปี 2003 พวกเขาก็ได้ปล่อยซิงเกิล “Everybody’s Changing” กับค่ายอินดี้ Fierce Panda ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากรายการวิทยุ BBC Radio 1 ความสำเร็จนี้ปูทางให้พวกเขาได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ และปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรก “Hopes and Fears” ในปี 2004

อัลบั้มนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งและกลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักร กวาดรางวัลใหญ่มากมายรวมถึง Brit Awards สาขาอัลบั้มบริติชแห่งปี และศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม พวกเขาออกทัวร์คอนเสิร์ตยาวนานเกือบ 18 เดือนทั่วโลก รวมถึงการได้ร่วมเล่นในคอนเสิร์ตระดับโลกอย่าง Live 8 และขึ้นเวทีร่วมกับวงร็อกระดับตำนานอย่าง U2

การเติบโตและการเดินทางผ่านยุคสมัยทางดนตรี

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ Keane ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ในปี 2006 พวกเขากลับมาพร้อมอัลบั้มชุดที่สอง “Under the Iron Sea” ที่มีความมืดหม่นและหนักหน่วงขึ้นจากการใช้เครื่องสังเคราะห์เสียง (Synthesizer) โดยเปิดตัวด้วยเพลงร็อกจังหวะติดหูอย่าง “Is It Any Wonder?” ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่แฟนเพลง

ต่อมาในปี 2008 พวกเขาได้ปล่อยอัลบั้มชุดที่สาม “Perfect Symmetry” ที่เติมสีสันความเป็นป็อปยุค 80s ลงไป ผ่านซิงเกิลสนุก ๆ อย่าง “Spiralling” และหลังจากส่งท้ายด้วยอีพีทดลองเสียงอย่าง “Night Train” ในปี 2010 พวกเขาก็กลับมาทวงบัลลังก์บริตพ็อพอีกครั้งในปี 2012 ด้วยอัลบั้มชุดที่สี่ “Strangeland” ที่พาแฟน ๆ หวนคืนสู่กลิ่นอายอันคุ้นเคยจากอัลบั้มแรก ผสมผสานกับเนื้อหาเพลงที่เติบโตและลึกซึ้งยิ่งขึ้นตามกาลเวลา

มรดกทางดนตรีที่ยังคงเปล่งประกาย

ตลอดเส้นทางดนตรีที่ยาวนาน Keane ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีร็อกไม่จำเป็นต้องพึ่งพากีตาร์เสมอไป พลังแห่งเสียงเปียโนที่ร้อยเรียงเข้ากับเสียงร้องอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยอารมณ์ของทอม ชาปลิน สามารถสร้างความสะเทือนใจและเยียวยาผู้ฟังได้ไม่แพ้เครื่องดนตรีใด ๆ ด้วยยอดขายทั่วโลกที่ทะยานเกิน 13 ล้านชุด ทำให้ Keane เป็นมากกว่าแค่ “วงดนตรีฮิตยุค 2000” แต่คือหนึ่งในตำนานดนตรีบริติชที่ยังคงความคลาสสิกและทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน

รูปถ่ายศิลปิน

อัลบั้มเพลง

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง