ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 02/07/1957 (อายุ 69) |
| ประเทศที่เกิด : | Helena, Arkansas, U.S |
| อาชีพ : | Singer |
| แนวเพลง : | Country music |
ในหน้าประวัติศาสตร์วงการเพลงคันทรีอเมริกัน มีศิลปินไม่น้อยที่เติบโตมาภายใต้ร่มเงาความสำเร็จของพ่อแม่ผู้เป็นตำนาน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถสร้างรอยเท้าของตนเองได้อย่างสง่างาม หนึ่งในนั้นคือ Joni Lee Ryles หรือที่โลกรู้จักกันในนาม Joni Lee ทายาทสายเลือดศิลปินแท้ ๆ ของราชาเพลงคันทรีผู้ล่วงลับ Conway Twitty แม้เธอจะไม่ได้อยู่ในกระแสหลักตลอดกาล แต่เสียงร้องอันใสซื่อและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของเธอก็ยังคงประทับใจแฟนเพลงคันทรีรุ่นเก๋ามาจนถึงทุกวันนี้ ผ่านเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่งในวงการดนตรีที่เต็มไปด้วยความผูกพัน ความกดดัน และความสำเร็จที่น่าจดจำ
สายเลือดคันทรีและการก้าวเข้าสู่โลกแห่งเสียงเพลง
Joni Lee เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1957 ในครอบครัวที่คลุกคลีอยู่กับเสียงเพลงอย่างแท้จริง การเติบโตมาภายใต้การดูแลของ Conway Twitty ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น ทำให้เธอซึมซับบรรยากาศห้องอัดเสียงและเวทีคอนเสิร์ตมาตั้งแต่เด็ก ความหลงใหลในเสียงเพลงทำให้เธอตัดสินใจก้าวตามรอยเท้าพ่อเข้าสู่เส้นทางสายดนตรี โดยในช่วงแรกของการบันทึกเสียง เธอเคยใช้ชื่อในวงการว่า “Joni Penn” ก่อนที่จะใช้ชื่อ Joni Lee ในเวลาต่อมา
การเป็นลูกสาวของซูเปอร์สตาร์นั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งคือโอกาสในการเข้าถึงวงการเพลงได้ง่ายขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งคือความคาดหวังอันมหาศาลจากแฟนเพลงและสื่อมวลชนที่มักจะนำเธอไปเปรียบเทียบกับพ่อของเธออยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม Joni Lee ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอมีน้ำเสียงและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่จำเป็นต้องมีเงาของใครมาทับซ้อน
จุดสูงสุดของความสำเร็จกับซิงเกิลอมตะ “I’m Sorry Charlie”
ปี ค.ศ. 1976 ถือเป็นปีทองและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในอาชีพนักร้องของ Joni Lee เมื่อเธอได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัดยักษ์ใหญ่ค่าย MCA Records ซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวกับพ่อของเธอ และที่นี่เองที่เธอได้สร้างผลงานชิ้นโบแดงที่ส่งให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ซิงเกิลเดี่ยวเพลง “I’m Sorry Charlie” กลายเป็นเพลงฮิตที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตการเป็นนักร้องของเธอ โดยเพลงนี้สามารถไต่ระดับขึ้นไปสู่อันดับที่ 16 บนชาร์ต Billboard Hot Country Songs ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เธอมีอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับตัวเอง (Self-titled Album) วางจำหน่ายกับ MCA Records เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาให้โลกเห็นว่าเธอมีดีเอ็นเอทางดนตรีที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ผู้เป็นพ่อเลยทีเดียว
ตำนานคู่ดูโอพ่อลูกและมรดกทางดนตรีที่ยังคงอยู่
นอกจากผลงานเดี่ยวแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้แฟนเพลงคันทรีไม่มีวันลืม Joni Lee ก็คือการได้ร่วมงานร้องเพลงคู่กับ Conway Twitty พ่อของเธอเอง เสียงร้องที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความอบอุ่นของผู้เป็นพ่อและความสดใสของลูกสาว ทำให้บทเพลงอย่าง “Touch the Hand” และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงซึ้งกินใจอย่าง “Don’t Cry Joni” จากอัลบั้มชุด The High Priest of Country Music กลายเป็นผลงานระดับคลาสสิก
แม้ว่าในเวลานั้น ชื่อของเธอจะไม่ได้รับการให้เครดิตอย่างเป็นทางการบนชาร์ตเพลงสำหรับซิงเกิลคู่เหล่านี้ แต่เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอก็ได้ฝังรากลึกอยู่ในใจของแฟนเพลงคันทรีทั่วโลกแล้ว เรื่องราวของ Joni Lee จึงไม่ใช่แค่เรื่องของทายาทคนดัง แต่เป็นเรื่องราวของศิลปินหญิงผู้ใช้ความสามารถและหัวใจถ่ายทอดบทเพลงคันทรีออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และยังคงทรงคุณค่าในฐานะหน้าประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการเพลงอเมริกัน
