ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 24/06/1970 (อายุ 56) |
| ประเทศที่เกิด : | Lihue, Hawaii, U.S. |
| อาชีพ : | Musician, singer, songwriter, educator |
| แนวเพลง : | Pop rock, Adult contemporary music, Rhythm and blues |
หากเอ่ยถึงเสียงนุ่มละมุนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความโรแมนติกของยุค 80s เชื่อว่าชื่อของ Glenn Alan Medeiros จะต้องลอยเข้ามาในความทรงจำของแฟนเพลงทั่วโลกอย่างแน่นอน หนุ่มน้อยชาวฮาวายผู้แจ้งเกิดด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และใบหน้าอันหล่อเหลา สะกดใจผู้ฟังข้ามกาลเวลา จนกลายเป็นหนึ่งในไอคอนดนตรีป็อปยุคคลาสสิกที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน แม้ว่าปัจจุบันเขาจะไม่ได้โลดแล่นอยู่บนเวทีระดับโลกเหมือนในอดีต แต่เรื่องราวเส้นทางสายดนตรีของเขายังคงน่าประทับใจและทรงคุณค่าควรแก่การย้อนมอง
จุดเริ่มต้นจากเกาะฮาวายสู่เวทีระดับโลก
Glenn Medeiros เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1970 ณ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีเชื้อสายโปรตุเกส ศาสตร์และศิลป์แห่งเสียงเพลงซึมซับเข้ามาในชีวิตของเขาตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งในปี 1986 ขณะที่เขามีอายุเพียง 16 ปี Medeiros ได้เข้าประกวดร้องเพลงในรายการวิทยุท้องถิ่น และคว้าชัยชนะมาได้ด้วยการคัฟเวอร์เพลง “Nothing’s Gonna Change My Love for You” ของ George Benson ซึ่งนั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของเด็กหนุ่มธรรมดาคนนี้พลิกผันไปตลอดกาล
ปรากฏการณ์เพลงฮิตอมตะ Nothing’s Gonna Change My Love for You
เวอร์ชันที่ถูกถ่ายทอดใหม่โดยเสียงร้องอันใสซื่อและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของ Glenn Medeiros กลายเป็นกระแสระดับโลกอย่างรวดเร็วในปี 1987 เพลงนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของชาร์ตเพลงทั่วทวีปยุโรปและเอเชีย รวมถึงติดอันดับที่ 12 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ในสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จนี้ทำให้เขาโด่งดังข้ามคืนในฐานะศิลปินดาวรุ่งพุ่งแรง และเพลงนี้ก็ยังคงถูกเปิดตามคลื่นวิทยุและงานแต่งงานทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นเพลงรักคลาสสิกที่ไม่มีวันตาย
การเติบโตทางดนตรีและความสำเร็จสู่อันดับ 1 Billboard
ไม่เพียงแต่เพลงรักหวานซึ้งเท่านั้น ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 Medeiros ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย ด้วยการร่วมงานกับศิลปินฮิปฮอปชื่อดังอย่าง Bobby Brown ในเพลง “She Ain’t Worth It” (1990) เพลงนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางดนตรีที่เติบโตขึ้น ผสมผสานความเป็นป็อปและอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ส่งผลให้เพลงนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ของสหรัฐอเมริกาได้อย่างงดงาม ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะศิลปินคุณภาพที่ไม่ใช่แค่ดังชั่วข้ามคืนแล้วหายไป
ชีวิตปัจจุบันและบทบาทสำคัญ ณ บ้านเกิดฮาวาย
แม้ว่ากระแสความนิยมในระดับเมนสตรีมจะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ความหลงใหลในเสียงเพลงของ Medeiros ไม่เคยจางหายไป ปัจจุบันเขาได้เลือกกลับไปใช้ชีวิตและทำงานในรัฐฮาวายบ้านเกิด โดยยังคงคลุกคลีอยู่ในวงการดนตรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นศิลปินหลักในการแสดงคอนเสิร์ตและวาไรตี้โชว์ในย่านไวกิกิ นอกจากนี้ เขายังผันตัวไปสู่งานด้านการศึกษาและการบริหารในฐานะอาจารย์และครูใหญ่ในโรงเรียนท้องถิ่น ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานยุค 80s ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่าในดินแดนแห่งสรวงสวรรค์
