ข้อมูลศิลปิน

ประเทศที่เกิด : Atlanta, Georgia, U.S.

Future หรือชื่อจริงว่า Nayvadius DeMun Cash เป็นแร็ปเปอร์ นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์เพลงชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1983 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาถือเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเพลงฮิปฮอปยุคปัจจุบัน โดยเป็นผู้ริเริ่มและทำให้แนวเพลงแนวทรัปและเทคนิคการร้องแบบใช้เสียงสังเคราะห์ Auto-Tune ได้รับความนิยมในวงกว้างระดับสากล ผ่านผลงานเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและอัตราการผลิตผลงานที่มีความต่อเนื่องสูง

ประวัติและการเริ่มต้นอาชีพ

Nayvadius DeMun Cash เติบโตขึ้นในย่านเคิร์กวูดของเมืองแอตแลนตา และเริ่มต้นเส้นทางดนตรีจากการเป็นสมาชิกกลุ่มดนตรีใต้ดินที่ชื่อว่า The Dungeon Family ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ร่วมงานกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง Organized Noize และ Rico Wade ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติของเขา โดยในช่วงแรกของการทำงาน เขาใช้ชื่อในวงการว่า The Meathead ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Future ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากฉายาที่กลุ่มเพื่อนในย่านบ้านเกิดตั้งให้ ต่อมาเขาได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด A1 Recordings และเริ่มสร้างชื่อเสียงผ่านการปล่อยมิกซ์เทปหลายชุด เช่น 1000 ในปี ค.ศ. 2010 รวมถึงมิกซ์เทปชุด True Story และ Dirty Sprite ในปี ค.ศ. 2011 ซึ่งมิกซ์เทปชุดหลังนี้ทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับตามองของค่ายเพลงใหญ่และได้รับการสนับสนุนจากศิลปินรุ่นพี่อย่าง Gucci Mane และ Drake

การพัฒนาแนวเพลงและผลงานอัลบั้มสำคัญ

หลังจากสร้างฐานแฟนเพลงจากมิกซ์เทป Future ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Epic Records และเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มชุดแรกในชื่อ Pluto ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2012 ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับน่าพอใจและมีเพลงฮิตอย่าง Turn On the Lights ต่อมาในปี ค.ศ. 2014 เขาได้ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่สองในชื่อ Honest ซึ่งสามารถไต่อันดับขึ้นไปอยู่บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 ได้ในอันดับสูง และมีเพลงชื่อดังอย่าง Move That Dope ที่ร่วมงานกับ Pharrell Williams, Pusha T และ Casino หลังจากนั้น Future ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางดนตรีให้มีความเข้มข้น ดาร์ก และสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่บนท้องถนนมากขึ้นผ่านมิกซ์เทปชุด Monster, Beast Mode และ 56 Nights ในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นช่วงเวลาทองที่กำหนดทิศทางดนตรีทรัปยุคใหม่

ความสำเร็จสูงสุดของเขาเกิดขึ้นต่อเนื่องในอัลบั้มชุด DS2 ในปี ค.ศ. 2015 และอัลบั้ม What a Time to Be Alive ซึ่งเป็นการทำอัลบั้มร่วมกันกับ Drake ในปีเดียวกัน ก่อนที่ในปี ค.ศ. 2017 Future จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปล่อยสตูดิโออัลบั้มสองชุดติดกันภายในเวลาสองสัปดาห์ คืออัลบั้มชื่อ Future และอัลบั้มชื่อ Hndrxx ซึ่งทั้งสองชุดสามารถเปิดตัวในอันดับที่หนึ่งของชาร์ต Billboard 200 ได้พร้อมกันในสัปดาห์เดียว นอกจากนี้เขายังมีผลงานอัลบั้มที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในเวลาต่อมา เช่น I Never Liked You ในปี ค.ศ. 2022 ซึ่งมีเพลงฮิตระดับปรากฏการณ์อย่าง Wait for U ที่ร่วมงานกับ Drake และ Tems รวมถึงโปรเจกต์มิวสิกอัลบั้มที่ทำร่วมกับโปรดิวเซอร์ Metro Boomin อย่างอัลบั้ม We Don’t Trust You และอัลบั้ม We Still Don’t Trust You ในปี ค.ศ. 2024 ซึ่งมีเพลงดังอย่าง Like That ที่ขับร้องร่วมกับ Kendrick Lamar

รางวัลและความสำเร็จ

ตลอดอาชีพทางดนตรี Future ได้รับรางวัลและการยกย่องมากมายจากสถาบันดนตรีระดับโลก โดยในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 61 ในปี ค.ศ. 2019 เขาได้รับรางวัลสาขาเพลงแร็ปยอดเยี่ยม จากการร่วมงานในเพลง Jumpsuit ของ Twenty One Pilots แต่ในส่วนผลงานของตนเอง เขาได้รับรางวัลแกรมมี่สาขาการแสดงเพลงแร็ป/ร้องยอดเยี่ยม (Best Melodic Rap Performance) เป็นครั้งแรกจากเพลง Wait for U ในปี ค.ศ. 2023 นอกจากนี้ผลงานเพลงและอัลบั้มส่วนใหญ่ของเขายังได้รับการรับรองยอดขายระดับแพลตินัมและมัลติแพลตินัมจากสมาคมอุตสาหกรรมแผ่นเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา (RIAA) ส่งผลให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศิลปินฮิปฮอปที่ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จสูงสุดในศตวรรษที่ 21

รูปถ่ายศิลปิน

Future

อัลบั้มเพลง

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง