ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 02/12/2000 (อายุ 26) |
เมื่อพูดถึงกระแสเพลงอิเล็กทรอนิกส์และแอมเบียนต์ป๊อปที่มีความดาร์กและลึกซึ้ง หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อของ Finding Hope นามแฝงทางดนตรีที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบทเพลงฮิตไวรัลมากมาย ศิลปินผู้สร้างปรากฏการณ์นี้คือ แอชตัน ดาวิลา (Ashton Davila) โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงหนุ่มแนว DIY จากเมืองแซนแอนโทนีโอ รัฐเท็กซัส ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีด้วยความหลงใหลในการทดลองเสียง และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ครองใจผู้ฟังทั่วโลกได้อย่างน่าทึ่งนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการในปี 2016 เป็นต้นมา
จุดเริ่มต้นและความเป็นมาของศิลปิน DIY
แอชตัน ดาวิลา ก้าวเข้าสู่วงการดนตรีด้วยแนวคิดแบบ DIY (Do It Yourself) อย่างแท้จริง โดยเขาเป็นผู้รับหน้าที่ควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยตนเอง ตั้งแต่การแต่งเนื้อร้อง การบันทึกเสียง ไปจนถึงขั้นตอนการมิกซ์และมาสเตอร์ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดนี้ทำให้ซาวด์ดนตรีของ Finding Hope มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะหาใครเลียนแบบ
ความสามารถรอบด้านของดาวิลาไม่ได้มีเพียงแค่การเป็นโปรดิวเซอร์เท่านั้น แต่เขายังมีความเชี่ยวชาญในการเล่นดนตรีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ กลอง และคีย์บอร์ด ซึ่งเครื่องดนตรีเหล่านี้กลายมาเป็นส่วนผสมสำคัญในการสร้างสรรค์มิติทางดนตรีที่หลากหลายและมีความซับซ้อนในเวลาเดียวกัน
ผลงานเพลงแจ้งเกิดและยอดสตรีมถล่มทลาย
ในปี 2017 โลกก็ได้รู้จักกับ Finding Hope อย่างเต็มตัวผ่านผลงานเพลงชิ้นโบว์แดงอย่าง “3:00 AM” บทเพลงที่สะท้อนความเหงาในยามวิกาลผ่านซาวด์แอมเบียนต์อันเวิ้งว้างและการประสานเสียงร้องหลายชั้น (layered vocals) ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นไวรัลข้ามคืนและสามารถกวาด ยอดสตรีมรวมกันได้สูงถึงหลายร้อยล้านครั้งบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ
ความสำเร็จของ “3:00 AM” เปิดประตูให้ดาวิลาปล่อยผลงานเพลงฮิตตามออกมาติดๆ ในปีเดียวกัน เขาได้ปล่อยเพลง “Love” ที่ตอกย้ำสไตล์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปที่มีความอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และในปี 2018 เขาก็ส่งเพลง “More & More” มาเขย่าชาร์ตสตรีมมิ่งอีกครั้ง จนกลายเป็นเพลงโปรดของแฟนเพลงทั่วโลก
เอกลักษณ์ทางดนตรีและอิทธิพลต่อผู้ฟัง
ซาวด์ดนตรีของ Finding Hope มักจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของ Future Bass, Ambient Pop หรือ Chillout ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้คอร์ดกีตาร์โปร่งผสมผสานกับบีทอิเล็กทรอนิกส์หน่วงๆ และเสียงร้องที่โปรเซสอย่างประณีต เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย
บทเพลงของเขาทำหน้าที่เหมือนพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้ฟังในยามค่ำคืน เป็นเสียงดนตรีที่เยียวยาความรู้สึกและเชื่อมโยงหัวใจของผู้คนเข้าด้วยกัน แม้ว่าดาวิลาจะทำงานในฐานะศิลปินอิสระเป็นหลัก แต่ผลงานของเขากลับมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการเพลงสตรีมมิ่งยุคใหม่ และยังคงถูกเปิดวนซ้ำในเพลย์ลิสต์ของคนนอนดึกทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
