ข้อมูลศิลปิน

ประเทศที่เกิด : New York City, U.S.
แนวเพลง : New wave music, Pop rock, Punk rock, DiscoFunk
เว็บไซต์ : blondie.net

เมื่อพูดถึงไอคอนแห่งยุค 70s และ 80s ที่ผสมผสานความดิบของดนตรีพังก์เข้ากับความเซ็กซี่และทันสมัยของป็อปได้อย่างลงตัว ชื่อของ “Blondie” (บลอนดี) จะต้องปรากฏขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน วงดนตรีอเมริกันวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้สร้างสรรค์งานเพลงฮิตติดหู แต่พวกเขายังเป็นผู้กำหนดนิยามใหม่ให้กับดนตรีแนวพังก์ร็อกและนิวเวฟ โดยมี เดโบราห์ แฮร์รี (Deborah Harry) นักร้องนำสาวพราวเสน่ห์ผู้มาพร้อมกับเรือนผมสีบลอนด์สว่าง และ คริส สไตน์ (Chris Stein) มือกีตาร์คู่ใจ เป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนวงให้ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการเพลงโลก

จุดเริ่มต้นในฐานะวงใต้ดินและการก้าวสู่กระแสหลัก

บลอนดี (Blondie) ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1970 โดยมีรากฐานมาจากคลับใต้ดินอันโด่งดังอย่าง CBGB ในมหานครนิวยอร์ก สองอัลบั้มแรกของวงอัดแน่นไปด้วยองค์ประกอบของดนตรีพังก์ร็อกและนิวเวฟที่เข้มข้น แม้ว่าผลงานในช่วงแรกจะสร้างชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างงดงามในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย แต่ในสหรัฐอเมริกาบ้านเกิด พวกเขากลับยังคงสถานะเป็นวงดนตรีใต้ดินที่มีกลุ่มแฟนเพลงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 1978 เมื่อวงได้ปล่อยอัลบั้มชุดที่สามที่มีชื่อว่า “Parallel Lines” อัลบั้มนี้ไม่เพียงแต่พาพวกเขาหลุดพ้นจากความเป็นวงใต้ดิน แต่ยังส่งให้บลอนดีกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ด้วยเพลงฮิตอมตะอย่าง “Heart of Glass” ที่ผสมผสานดนตรีดิสโก้ ป็อป และนิวเวฟเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด หลังจากนั้นอีก 3 ปี พวกเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานเพลงฮิตต่อเนื่องที่มีความหลากหลาย ทั้งกลิ่นอายเร้กเก้และดนตรีแดนซ์ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าความเป็นนิวเวฟที่เป็นเอกลักษณ์

การแยกทางชั่วคราวและการกลับมาทวงบัลลังก์

แม้จะอยู่บนจุดสูงสุดของความสำเร็จ แต่ความกดดันและความขัดแย้งภายในวงก็ทำให้บลอนดีต้องเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด หลังจากออกอัลบั้มชุด “The Hunter” ในปี 1982 วงก็ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ เดบบี้ แฮร์รี ได้หันไปลุยงานเพลงเดี่ยวและประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว ขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ เช่น จิมมี เดสทรี มือคีย์บอร์ด ก็แยกย้ายไปทำงานเพลงของตัวเองเช่นกัน แม้ผลงานเดี่ยวของเดบบี้จะโดดเด่น แต่แฟนเพลงทั่วโลกก็ยังคงโหยหาการกลับมาของวงบลอนดี

การรอคอยสิ้นสุดลงในปี 1997 เมื่อบลอนดีตัดสินใจกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลงและการออกทัวร์รอบโลก การคัมแบ็กครั้งนี้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยซิงเกิล “Maria” ในปี 1999 ซึ่งสามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ในชาร์ตสหราชอาณาจักรได้อย่างงดงาม เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ากาลเวลาไม่สามารถลดทอนความสามารถและความเก๋าของพวกเขาลงได้เลย

มรดกทางดนตรีและเกียรติยศที่ควรจดจำ

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษในวงการเพลง บลอนดีได้สร้างอิทธิพลทางดนตรีให้กับศิลปินรุ่นหลังในแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟ ป็อป และอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเดบบี้ แฮร์รี ที่หลอมรวมความแข็งแกร่งของร็อกเกอร์เข้ากับแฟชั่นไอคอน ทำให้เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งเพลงนิวเวฟ

ในปี 2006 บลอนดีได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่ “ร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟม” (Rock and Roll Hall of Fame) และ “ร็อกวอล์กออฟเฟม” (RockWalk of Fame) เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ โดยมียอดขายแผ่นเสียงและอัลบั้มรวมกันมากกว่า 40 ล้านชุดทั่วโลก การเดินทางของบลอนดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของวงดนตรีร็อกวงหนึ่ง แต่เป็นตำนานบทสำคัญที่ยังคงโลดแล่นและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรักเสียงเพลงไม่มีวันเสื่อมคลาย

รูปถ่ายศิลปิน

อัลบั้มเพลง

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง