อัปเดตเมื่อ: วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569
หลังจากที่มือกลองระดับตำนานอย่าง Nicko McBrain ได้ประกาศอำลาการทัวร์คอนเสิร์ตกับวง Iron Maiden ไปเมื่อช่วงปลายปี 2024 เจ้าตัวได้ออกมาเปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Metal Hammer ว่าเขาไม่ได้ปิดโอกาสที่จะกลับมามีส่วนร่วมในอัลบั้มใหม่ หากมีโอกาสที่เหมาะสมและเงื่อนไขลงตัว
มือกลองวัย 74 ปีรายนี้ยอมรับว่าเขามีข้อจำกัดเรื่องร่างกายหลังจากลุยทัวร์คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายกับวงเมทัลระดับตำนาน แม้จะเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตเส้นเลือดในสมองตีบเมื่อช่วงต้นปี 2023 มาได้เพียงไม่กี่เดือน ซึ่งทำให้สไตล์การเล่นต้องเปลี่ยนไปจากเดิมหากต้องเข้าห้องอัดเสียง
Nicko McBrain เล่าให้ Metal Hammer ฟังว่า หากวง Iron Maiden เข้าห้องอัดเพื่อทำเพลงชุดใหม่ต่อจากอัลบั้ม Senjutsu ในปี 2021 เขาเองก็ยินดีที่จะกลับมาร่วมงานด้วย แต่จังหวะและไลน์กลองจะต้องมีความเรียบง่ายขึ้น โดยยกตัวอย่างเพลงจากอัลบั้ม Somewhere In Time อย่างเพลง Stranger In a Strange Land และเพลง Wasted Years ว่าเป็นแนวทางสไตล์ผ่อนคลายที่เขาสนใจอยากจะบันทึกเสียงในตอนนี้
นอกจากนี้เขายังเผยเรื่องราวระทึกขวัญในช่วงที่ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบว่า ในวันเดียวกันนั้นเขามีคิวผ่าตัดต้อกระจกพอดี โดยเขาบอกว่ามันคือปาฏิหาริย์ที่อาการเส้นเลือดในสมองตีบเกิดขึ้นในช่วงเช้า แทนที่จะเกิดขึ้นในขณะที่เขากำลังสลบอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาสลบ
ในส่วนของทิศทางอนาคตของวง Iron Maiden หลังจากที่กำลังจะปิดฉากตารางทัวร์ฉลองครบรอบ 50 ปีในชื่อทัวร์ Run For Your Lives โดยมีมือกลอง Simon Dawson มาทำหน้าที่แทน แผนการทำเพลงชุดใหม่ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่ชัดได้ ดังที่ Bruce Dickinson และ Steve Harris เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ Kerrang! เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยทาง Bruce Dickinson บอกว่าเขามีไฟสร้างสรรค์และอยากจะเริ่มทำอัลบั้มใหม่มากกว่า ในขณะที่ Steve Harris มองว่าวงยังอยากโฟกัสกับการทัวร์คอนเสิร์ตก่อน แต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสสำหรับอัลบั้มใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมและทุกคนพร้อมใจกันจริงๆ เท่านั้น
สำหรับแฟนๆ ที่คิดถึงผลงานของมือกลองรายนี้ ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ Nicko McBrain เตรียมจะปล่อยหนังสืออัตชีวประวัติเล่มแรกในชื่อ Hello Boys and Girls! ซึ่งรวบรวมเรื่องราวสนุกๆ และประสบการณ์อันน่าเหลือเชื่อตลอดการเดินทางในวงการดนตรีกับเหล่าศิลปินระดับตำนานตั้งแต่ยุค 70 เป็นต้นมา
ที่มา: Loudwire

No comments yet